2005/Jul/24

ทำตัวหนังสือไม่เป็นอ่า.....
สามสี่อันนี้คัดลอกมาจากเว็ปเด็กบ้าๆดอทคอม แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม ก็เลยเลิกทำ และก็ลองเิอามาลงเว็ปนี้ดูเผื่อจะดี....เนาะ
เพื่อนพ้องน้องนุ่งคนไหนอยากแนะนำติชมก็เชิญตามสบายละกัน แต่อย่าด่าเด้อ

วันที่เธอตอน 1

จากวันที่ฝนตกวันนั้น...ฉันยังจำได้เสมอ....เธอสลัดมือฉันอย่างแรง...
"ออกไปให้พ้นนะคนหลอกลวง"
"อาเต้....."
ชื่อของเธอคือ อาเต้
"ฟังผมก่อนนะ....."
"ไม่...ฉันไม่ฟังถ้อยคำของคนหลอกลวงทั้งสิื้น"
เธอเชิดหน้าใส่ผมพร้อมกับเสียงอึ่งร้องเบาๆ ออกมาจากทวารหนักของเธอท่ามกลางสายฝน
เธออายนิดหน่อย แล้วหันมาึค้อนใส่ผม
"เห็นไหม๊.....เห็นไหม๊ว่าฉันเกลียดเธอขนาดไม่อยากเอาปากพูด....."
ผมงงกับข้อแก้ตัวของเธออย่างแีรง แต่ก็ำไม่พูดอะไรให้เธออายไปกว่านั้น
แล้วผมก็นั่งลงตรงม้าหินอ่อนข้างๆ
.....
"หลายปีแล้วที่เราคบกันมา มันจะจบลงตรงนี้เหรอ....เอ้..."
ผมเรียกเธอว่า เอ้ ซึ่งมาจากการสนธิ อา + เต้ = เอ้
หล่ิอนยืนเงียบ แต่ผมสังเกตเห็นน้ำฝนหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่สีเหลืองๆ ใสๆ ไหลปะปนลงมาที่ระหว่างขาเธอ
"ฉันไม่สนใจ เธอเป็นคนผิด เธอต้องรับผิดชอบสิ ! "
ดวงตาของหล่อนลุกว้าบขึ้นกระทันหัน ปากของเธอที่ผมเคยเห็นเคยสัมผัสตอนนี้มันกลายเป็นตูดของโดราเอมอนตอนที่นั่งอึไปแล้วหรือนี่ ผมคิดในใจเบาๆ
"หยุดคิดว่าปากของฉันเป็นตูดโดราเอมอนเดียวนี้นะ ! "
แน๊ะ ผมอุตส่าห์คิดเบาๆ แม่นี่ดันเxือกมาได้ยินอีก (เมื่อ x แทนตัวอักษรในภาษาไทยตัวหนึ่งซึ่งอยู่ลำดับที่ 40 ตามหลักพจนานุกรม)
".....เอ้........"
ผมเรียกเธออีกครั้ง แต่หล่อนกลับเชิดใส่ผม
"ผมรู้ว่าคุีณโกรธผมอย่างมาก....แต่..."
"แต่ อะไร ! นี่ยังจะมาหาข้อแก้ตัวอีกเหรอ.....ฉันเกลียดคุณ!!! ฉันเกลียดคุณ!!! ฉันเกลียดคุณ!!! ได้ยินไหมว่า ฉันเกลียดคุณ!!!"
คัึต! คัต! เสียงชายร่างท้วมร้องตะโกนออกมาจากเต้นท์ผ้าใบใกล้ๆ"เฮียว่าหนู ลอร่า ไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่าไหม....ดูท่าทางไม่น่ารอดหร่อกฉากนี้"
โอ้...ที่แท้ก็เสียงเฮียจ๊วก ผู้กำกับมือใหม่จากค่ายดรัมมี่
"หนูว่าแล้วเฮีย หล่อนต้องไปไม่รอดแน่นอน ก็แyกส้มตำปูปลาร้าเอาซะขนาดนั้น (เมื่อ y แทนตัวอักษรในภาษาไทยตัวหนึ่งซึ่งอยู่ก่อน x อยู่ 20 หน่วยตัวอักษร)
นั่นเป็นเสียงของน้อยน้อยโหน่ง เมคอัพอาทติสท์ประจำึค่าย
ตายหละสิ ผมคิดในใจ ฉากต่อจากนี้ไปผมต้องก้มดมตูดเธอเพื่อเป็นการบอกรักตามบท
ผม.....ผมจะทำไงดี....

วันที่เธอตอน 2

ต้อ

เธอเรียกชื่อผม

ลอร่าขอโทษนะ

เธอกล่าวคำขอโทษด้วยสีหน้าอายๆ เสียงผู้กำกับเรียกมาจากทางด้านหลัง

พระเอก-นางเอกของเราพร้อมหรือยังครับ

ครับๆ

ผมตอบ

ฉากต่อไปเป็นฉากที่ผมวิตกกังวลมากที่สุด เพราะว่าผมจะต้องดมตูดนางเอก ฝนเริ่มซาลงแล้ว แต่ไม่แน่ว่าฝนนางเอกจะตกอีกหรือไม่

เอ้.ผมขอโทษผมรู้ว่าผมผิด.ผมขอยอมรับผิดทุกอย่าง.

คิดว่าแค่คำขอโทษกับคำรับผิดชอบลวงๆของคุณจะทำให้ฉันหายโกรธได้เหรอ

แล้วจะให้ผมทำอย่างไรหละเอ้..

พิสุจน์สิ.พิสูจน์ว่าคุณรักฉันคนเดียว.ยัยแม่นั่นไม่เกี่ยว.

หล่อนชี้มือไปทางร้านอาหารเล็กๆ ตรงข้ามฟากถนน เอาหละสิ ถึงฉากที่ผมจะต้องพิสุจน์ว่ารักเธอขนานไหน ผมขยับร่างกายของผมเข้าใกล้เธอ จับสะโพกสลาตันของเธอด้วยสองมือน้อยๆของผม ผมเลื่อนตัวลงมาต่ำ ทันใดนั่นเอง สิ่งที่คาดคิดไว้ก็เกิดขึ้นจริงๆ

แพร้ด.

โอ้แม่เจ้า! รู้หรือเปล่าว่าตดของสตรีผู้นี้มีมวลสารหนาแน่นขนาดไหน แต่เสียงตดขนาดครึ่งเดซิเบลไม่ได้ทำให้ผู้กำกับได้ยินเลยแม้แต่น้อย อานุภาพของมันร้ายกาจยิ่งกว่าขีปนาวุธใดๆ ถ้าหากใครที่ธาตุไฟอ่อนๆอาจจะต้องเป็นมะเร็งที่กระดูกเชิงกรานทันทีที่ได้รับกลิ่นนั้น ผมกลั้นหายใจเอาไว้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังได้กลิ่นจางๆ ผมอยากรีบๆถ่ายทำรีบๆเสร็จ ฉะนั้นผมจึงเลื่อนหน้าลงมาต่ำอีกจนถึงระยะเป้าหมาย ผมรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้า ผมรีบซุกใบหน้าของผมเข้าไปที่หุบเขาขุนหลุนของเธอ แล้วรีบลุกขึ้นทันที ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอหันหน้าควับมา พร้อมกับเอ่ยวาจาด้วยสีหน้าระรื่น

ทษณ์.ฉันเชื่อว่าฉันรักเธอจริงๆแล้วหละ

เธอกอดผม แล้วก็จูบผมเบาๆ จูบของเธอช่างเหม็นอบอวลไปด้วยมวลปราร้าซะนี่กระไร

กลับบ้านเราเถอะทษณ์

หล่อนจูงมือผมไปที่มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่อีกร้อยเมตรข้างหน้า

เราก้าวเท้าไปได้สามเก้า พอก้าวที่สี่ เหตุการณ์ที่พึ่งเกิดไปเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมาก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงดังกว่าเดิมประมาณยี่สิบเท่า และก็ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ

แปร้ดแปร่ดแปร่ดแปร่ดแปรดดด..

คัต คัต คัต เสียงผู้กำกับร้องขึ้นอีกที

นางเอกวิ่งเข้าห้องน้ำ ส่วนผมผู้ซึ่งเป็นพระเอกแทบทรุดลงกับที่ นี่ผมต้องดมตูดมันอีกแล้วหรือนี่ ผมหันไปค้อนใส่พี่ตองกับพี่ด็อย คนเคสตัวแสดง

คราวหลังพี่สองคนต้องให้นักแสดงยื่นใบตรวจโรคว่าไม่เป็นโรคไส้เลื่อนหรือท้องร่วงเรื้อรังด้วยนะผมทนรับไม่ได้อีกแล้วหละ !

ผมเดินจากไป วันนั้นผมกลับถึงบ้านประมาณสองทุ่มเศษ กับข้าวกับปลาที่ป้าแฉล้มเตรียมไว้วางอยู่ข้างหน้าปลาร้าหมกขิง ปล้าร้าทอดกรอบ แล้วยังมีแจ่วบองอีก ผมนึกถึงหน้าลอร่าขึ้นมาทันที บางอย่างกำลังถูกขย่อนผ่านมาทางลำคอของผม ไหลมาผ่านปาก แล้วก็ลงสู่พื้นในที่สุด

อ้วกก.

2005/Jul/24

วันเกิดของไอ้ทิว

แต๊ แด๊ แด๊ แด่ แด แด้ด แด๊ดแต๊ แด๊ แด๊ แด๊ แด่ แด แด้ด แด๊ด.แต แด๊ด แต แด่แต่ แด๊ด.

นั่นไม่ใช่เพลงมหาฤกษ์ แต่เป็นเสียงนาฬิกาปลุกของผมเอง ซึ่งขณะนั้นบอกเวลาตีห้าครึ่ง ผมงัวเงียตื่นขึ้นมาในสภาพที่ไม่มีอาภรณ์ใดๆแนบกายเลยสักชิ้น ผมเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบหวีขึ้นมาหวีผมห้าหกทีแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำเพื่อทำภารกิจเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา

หกโมงเศษๆ

คุณต้อขาาาคุณต้อเสร็จยังคะ

เสียงป้าแฉล้มเรียกผมจากทางด้านนอกของห้อง

แป๊บนึงครับ ผมตอบ

วันนี้เป็นวันเกิดของทิว เพื่อนชาวใต้ของผม มันทำงานที่บริษัทส่งออกรังนกเอี้ยงแห่งหนึ่ง เราเคยเรียนสถาปัตฯ ที่จุฬาด้วยกัน มันเป็นคนที่มีฝีมือในการอออกแบบอย่างมาก แต่เกรดไม่เกินสองซักปี วันนี้ป้าแฉล้มก็เลยชวนผมตักบาตรหน้าบ้านอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้มัน เปล่ามันยังไม่ตายหร่อกครับ แต่ก็เหมือนตายอะนะครับ ลองจินตนาการดูชายผอมๆ สูงร้อยแปดสิบเจ็ด ผิวดำๆ

ขนดกๆ หยิกๆ ยิ่งบริเวณหัว (หมายถึงผม)หยิกหย็อยยิ่งกว่าฝอยขัดหม้อ แถมหนำซ้ำกลิ่นตัวยังกะซากศพ ยิ่งสภาพใบหน้าหนิอึฮื๋มหาคำบรรยายไม่ได้ จะสังข์ทอง เงาะป่า หรือเงาะบ้านก็เทียบไม่ติด แต่ผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรมันมากเท่าไหร่หร่อก แค่ไม่เคยเข้าใกล้ในระยะประชิดซักที

ทิวมีนิสัยอย่างหนึ่งคือ เป็นคนตกใจง่ายและก็ติดยาดมอย่างมาก ขนาดที่ว่ามันเคยมียาดมรวมๆแล้วเกือบจะเอามาต่อเป็นตึกใบหยกได้ กระทั่งวันนึงขณะที่มันกำลังดมยาดมของมันอย่างเมามันใต้ร่มจามจุรี ไอ้เจฟฟี่ (ชื่อจริงคือ นายเจ็บฤดี ศรีอุ้มลุ่ม)เพื่อนผมอีกคนนึง ตอนนั้นนั่งอยู่ด้วยกันกับไอ้ทิว ส่วนผมนั่งเล่นมือถือเครื่องใหม่อยู่บนม้าหินอ่อนข้างๆต้นจามจุรีนั้น ไอ้เจฟฟี่มันลุกขึ้นช้าๆ(กลัวไอ้ทิวตกใจ)กะว่าจะไปซื้อน้ำมาดื่มซักหน่อย เผอิญมันทำเหรียญหล่นลงบนพื้น

ก๊อง-แล๊ง

ไอ้ทิว ฮึ๊.!!!

เปล่าหร่อกครับมันไม่ได้ตกใจกับเสียงเหรียญหล่น แต่มันเป็นคนที่หูไวอย่างมากกับเสียงของสิ่งนี้ ตาของมันลุกวาวมาที่เท้าของเจฟฟี่ ผมมองหน้าไอ้เจฟฟี่ ไอ้เจฟฟี่ก็มองหน้าผม แล้วเราก็หันไปทางไอ้ทิวอย่างช้าๆ

พระเจ้า!!! ผีเปรตตัวนึงนั่งยองๆอยู่ข้างๆเพื่อนผม ตาสีขาวโพนจ้องเขม็งมาที่เท้าของเพื่อนผม ในมือของมันซึ่งเคยถือแท่งยาดมอยู่ตลอดเวลา บัดนี้กลับถูกปล่อยวางไปอย่างอิสระ บนใบหน้าของมันมีวัตถุสีแดงๆติดอยู่

โอ้พระเจ้า!!! แท่งยาดมเสียบคาอยู่ที่รูจมูกของมันจนสุดแท่ง ! เหลือไว้แค่ที่จับสั้นๆสีแดงนิดหน่อย

พวกเราอึ้งกับสภาพของมันจนทำอะไรไม่ถูก จึงไม่ได้ทำอะไร ไอ้เจฟฟี่ยังไม่ขยับเท้าไปไหนผมก็ยังมีมือถืออยู่ในมือ ไอ้ทิวค่อยๆรูดแท่งยาดมออกจากรูจมูกของมันอย่างช้าๆ แล้วพูดขึ้น

โต่ใจอย่างแรงเรยนี๊

เสียงป้าแฉล้มเรียก

ทำอะไรอยู่คะป้ารอข้างล่างตั้งนานแล้วไม่เห็นลงมาซักที

ผมเปิดประตูออกไป เห็นป้าแฉล้มอยู่ในชุดขาวยืนมือเท้าสะเอว

ขอโทษครับป้า

ป่านนี้พระท่านถึงหัวโค้งแล้วหละมั้งคะ

ผมว่าเรารีบลงไปดีกว่านะครับ..

ผมกับป้าแฉล้มรีบลงไปข้างล่าง หยิบเอาของที่จะใส่บาตรออกไปคนละไม้คนละมือ

หลังจากตักบาตรเสร็จแล้ว ผมก็รับประทานอาหารเช้าและนั่งดูทีวี ประมาณสามโมงเช้าผมจึงขับรถออกไปหาของขวัญวันเกิดให้ไอ้เจ้าทิว พอถึงจุดหมายก็เกือบจะห้าโมง ผมจอดรถที่หน้าร้านขายของชำเล็กๆแห่งหนึ่ง พอผลักประตูเข้าไปในร้านก็เห็นอาแปะหนวดจิ๋มยืนทำหน้าที่เจ้าของร้านและแคชเชียในขณะเดียวกัน

คุณลุงครับ คุณลุงมี..

ผมกระซิบเบาๆ

อ่อมีๆ..ลื้อจาเอาแบบไหนลา อาแปะถาม

เอาแบบที่เจ๋งสุดๆเลย มีไหมครับ

งั้นนี่เลย นี่รุ่นใหม่ล่าสุดเชียวนา มีหลายสี หลายซาตายลื้อจาเอากี่อันหละ

อาแปะเอาออกมาวางตรงหน้าผม ผมเหลียวซ้ายแลขวา ไม่มีใคร ผมจึงเอามาสี่อัน คละสี ผมจ่ายตังค์ไปพันสองร้อยบาท แล้วรีบเข้ามาในรถ เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น ผมกดรับสาย

ห่าโหล ห่าโหลนั่นไอ้ต๋อช่ายม๊าย

เสียงไอ้ทิวนั่นเอง

เออๆ กูกำลังไปเดียวนี้หละ

ดีๆ รีบๆมาเรยหนี่ ไอ้เจ่ฟฝีมันถึงบ้านกูแล้วนะเฟ้ย

เออๆ

มันวางสายไป ผมก็เลยสตาร์ทรถมุ่งหน้าไปที่บ้านมัน ผมถึงบ้านมันประมาณเที่ยงเศษๆ

แม่ของไอ้ทิวกับไอ้เจฟฟี่ออกมาต้อนรับผม

สวัสดีครับคุณแม่ ผมยกมือไหว้แม่ไอ้ทิว

ไหว้พระๆ แม่มันพูดทักทายสั้นๆห้วนๆ

วันนี้กูกะว่าจะพามันไปเลี้ยงคาราโอเกะ มึงต้องไปกับพวกกูด้วย

ไอ้เจฟฟี่เอ่ยขึ้น

ก็ดีหวะ กูก็อยากเขย่าลูกคอกูเเหมือนกัน ไม่ได้ร้องเพลงมาซะนาน

ผมกระแอมนิดนึง แล้วก็พากันเดินเข้าบ้านไป

ไอ้เจฟฟี่กำลังง่วนอยู่กับการปักธูปเค้กหน้าสะตอที่แม่มันทำให้เป็นของขวัญวันเกิด อ่านไม่ผิดหร่อกครับ ปักธูปจริงๆ มันบอกว่าธุปหอมคลาสสิคกว่าเทียน

อ้าวๆมาแล้วหรือพ่อพระเอรูปหล่อเอ้า นั่งๆ

มันผละจากเค้กมาเลื่อนเก้าอี้ให้ผม ใจจริงก็ไม่อยากให้มันทำให้หร่อกนะ แต่วันนี้ถือเป็นวันพิเศษสำหรับมัน ก็เลยปล่อยๆมันทำไป ผมรู้สึกว่าวันนี้มันมีกลิ่นตัวดีขึ้นมากๆ

เป็นไงบ้างคิดถึงอย่างแรงเรยหนี่

ก็ดีนะ แล้วแกหละ

เราก็เรื่อยๆอะนะ.แต่ดีใจอย่างแรงที่เห็นหน้าแกวันนี้เนี๊ยะ

ไอ้เจฟฟี่พูดขึ้น

แล้วเมื่อไหร่กูจะได้กินเค้กหละเนี่ยะ

เดี๋ยวๆ รอกูจุดธูปแป๊บนึงนะ ไอ้ทิวพูดพลางเดินอ้อมมาจุดธูปวันเกิดของมัน

เอ้าแฮปปี้เบิร์ธเดย์ทู๊ยู.แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทู๊ยู.แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์..แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทู๊ยู

ไอ้ทิวเป่าธูปของมัน ควันฟุ้งกระเจิง แต่มีบางอย่างฝอยๆปะปนไปกับควันของธูป แล้วเราก็ช่วยกันดึงธูปออกจากเค้ก มันตัดเค้กแบ่งให้คนนั้นคนนี้ คุณแม่ของไอ้ทิวเข้าไปเอาอาหารหลายอย่างในครัวออกมา

เราสนุกสนานกันบนโต๊ะอาหารประมาณชั่วโมงหนึ่ง แล้วเราทั้งสามคนก็ขึ้นไปบนห้องไอ้ทิว ห้องมันก็รกรุงรังเหมือนเดิม รูปโปสเตอร์เก่าๆที่มันเคยติดอยู่บนฝนังมันก็ยังติดอยู่ที่เดิม ขณะที่เรากำลังดูหนังไปได้ซักพัก เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น

มีอะไรเปล่าครับป้าแฉล้ม

แย่แล้วคะ แย่แล้ว !!

อะไรครับๆ !

ปลาทองสีขาวของคุณต้อมันกำลังจะเป็นจะตายยังไงไม่รู้คะ

หา!

ป้าว่าคุณรีบมาดูดีกว่าคะ ไม่งั้นป้าคงได้ทำปลาร้าแน่ๆเลยหละคะวันนี้

ครับๆ ผมจะรีบไปเดียวนี้หละครับ

คุณต้อ ป้าแฉล้มเรียกผม

อะไรอีกครับ

มีใครเป็นอะไรหรือเปล่าคะ.

อ๋อ..ปะปะ..เปล่าครับ เท่านี้ละกันผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละครับ

ค้า ค้า

มีไหรรึ. ไอ้ทิวถามผม

ก็ปลาทองสีขาวที่มึงเอาให้กูพร้อมกับกำชับนักกำชับหนาว่าถ้าหากมันตายเมื่อใด มึงจะตายไปกับมันด้วยเมื่อนั้นอะดิ มันจาเป็นจาตายอยู่นู่น กูต้องรีบกลับไปดูมันเดี๋ยวนี้.กูขอโทษนะทิว-เจฟฟี่คืนนี้กูคงไปร้องคาราโอเกะกับพวกมึงไม่ได้แล้วหละ

เฮ้ยม่ายเป่นไรๆ คราวหน้าหยังมีเนี๊ยะ ไอ้ทิวพูดแบบน้อยใจนิดๆ

แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะทิว

ผมยื่นถุงพลาสติกข้างในมีของบางอย่างอยู่ให้มัน

อะไรหละหนิ

มันเปิดดูข้างในถุง ตาสีขาวโพนลุกวาวพร้อมกับร้องขึ้นเสียงดัง

โอ้วหม่ายก๊อช.ขอบใจๆขอบใจนายจริงๆนะต๋อ

เอ้ย ไม่เป็นไรหร่อก.แต่ตอนนี้กูต้องไปแล้วนะ

บาย มันกล่าวคำอำลาสั้นๆ เพราะว่ามันสนใจของในถุงมากกว่า ส่วนไอ้เจฟฟี่ก็นั่งดูหนังของมันอย่างใจจดใจจ่อพร้อมๆกับร้องซู้ดซีดอีสอ้าส์ของมันคนเดียว ผมเดินออกมาทางประตู คุณแม่ของไอ้ทิวนั่งดูทีวีอยู่ ผมกล่าวลาแล้วก็ขับรถกลับบ้าน

ผมถึงบ้านประมาณบ่ายสามโมง เสียใจอย่างแรงที่ไม่ได้แวะกินมะม่วงดอง เพราะห่วงปลาทองสีขาวมากกว่า ผมรีบจ้ำอ้าวไปที่ปลาทองสีขาวทันทีที่ถึงบ้าน เห็นป้าแฉล้มยืนอยู่ข้างๆตู้ปลา กำลังเอามือหยอกล้อกับไอ้ปลาเจ้ากรรมซึ่งกำลังลอยกระดี๊กระด๊าอยู่ในตู้แสนสวยของมัน

อ้าว! ไหนบอกว่ามันกำลังจะเป็นจะตายอยู่ไงครับป้า

ป้าก็ไม่รู้นะคะ.ตอนแรกมันดูเหมือนจะเป็นจะตายเอาจริงๆป้าตื่นเต้นไม่รู้จะทำไงดี ป้าก็เลยเติมน้ำใหม่ ทั้งเพิ่มออกซิเจน ทั้งบนบานศาลกล่าวทุกอย่างหละคะ (ขนาดไม่รู้ว่าจะทำไงดีนะนี่) สุดท้ายก็เลยลองเอามือบีบๆที่ลำตัวมันห้าหกที.แล้วมันก็ฟื้นกลับมาลอยละล่องอย่างที่เห็นนี่แหละคะ

แหม..ป้าแฉล้มแกน่าจะได้รับการศึกษามากกว่านี้เนาะ บางทีป้าแกอาจจะกำลังทำงานอยู่ที่หน่วยกู้ชีพที่ไหนซักที่ แต่ก็ดีแล้วหละที่ปลาทองสีขาวของไอ้ทิวฟื้นขึ้นมาได้ ผมยืนดูมันว่ายน้ำเล่นสักพักแล้วก็ขึ้นไปนอนพักบนห้อง คิดว่าป่านนี้เจ้าของปลาคงจะสนุกสนานบานตะไทกับยาดมฝรั่งเศสที่ผมซื้อให้เป็นของขวัญอยู่กระมัง.


edit @ 2005/07/24 21:19:55
edit @ 2005/07/24 21:25:02

2005/Jul/24

ซุปเปอร์สตาร์ของป้าแฉล้ม

โอ้วตายแล้วๆ นี่ห้าโมงครึ่งแล้วเหรอนี่

ผมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างเร็วด้วยความเร็วมากเกินไปจนทำให้ผมลืมผ้าเช็ดตัวที่แขวนเอาไว้นอกประตุห้องน้ำ แน่นอนสิ่งแรกที่ผมต้องทำคือการผลักดันกากอาหารออกทางทวารหนัก หรือคำสามัญก็คือการขับอุจจาระ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปคือ การขี้ซึ่งรู้สึกว่าคำหลังนี้ทุกคนจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี วันนี้กากอาหารที่ถูกขับออกมาไม่ค่อยมากเท่าไหร่ แต่สิ่งเหลวๆที่มีกากอาหารที่เกือบคงสภาพความเป็นตัวของตัวเองปะปนอยู่กลับมีมากมายเลยทีเดียว อ่อ ผมนึกอออกแล้ว ก็เมื่อวานผมรับประทานเปรี้ยวโขลกปูปลาร้าไป ก็ที่ไปกินกับยัยลอร่านั่นแหละ แต่แม่นั่นมันไวกว่าผมเป็นหลายเท่า ก็เลยส่งผลกระทบต่อระบบลำไส้ของหล่อนอย่างแรง ท้องของผมก็พอจะรับไหวอยู่หร่อกแค่เปรี้ยวโขลกปูปลาร้าไม่กี่คำ แต่น่าแปลกใจทำไมผมถึงได้อุจจาระแตกอุจจาระแตนขนาดนี้ เออ นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานก่อนกลับบ้านผมซัดมะม่วงดองของโปรดไปซักครึ่งกิโลได้มั้ง ยิ่งเป็นมะม่วงอกร่องด้วยแล้ว อู๊ยย... ไม่อยากบอก

เวลาประมาณเที่ยงสิบห้า ผมอาบน้ำเสร็จและแต่งตัวเป็นอย่างดี ป้าแฉล้มกำลังทำซุบหน่อไม้อยู่ในครัว กลิ่นข้าวคั่วห้อมฟุ้งไปทั่วซอย อาหารบางอย่างถูกจัดไว้เรียบร้อยภายใต้การครอบของฝาชี

วันนี้มีอะไรกินครับป้า

ก็มีซุปไก่ ซุปเต้าเจี้ยว ซุปเปอร์สตาร์ และก็ซุบหน่อไม้ที่ป้ากำลังทำอยู่นี่แหละค่ะ หล่อนตอบ

ซุปหน่อไม้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เข้าพวกเท่าไหร่แต่ก็ไม่ทำให้ฉันแปลกใจเท่าซุปเปอร์สตาร์ของป้าแก

ซุปเปอร์สตาร์อะไรอะครับ

ผมถามพลางเปิดดูหน้าตาของมันอย่างลุ้นระทึก

อ๋อ มันก็คล้ายๆกับซุปเห็ดธรรมดาๆนี่แหละคะ แต่ป้าไม่ใส่เห็ดเพราะป้ารู้ว่าคุณต้อไม่ชอบเห็ด ป้าก็เลยเปลี่ยนเห็ดเป็นไก่ เผื่อว่าคุณจะชอบ

อ้าว.แล้วป้าทำซุปไก่ทำไมหละครับ

ซุปไก่กับซุปเปอร์สตาร์มันไม่เหมือนกันนะคะคุณต้อขาาา..ซุปไก่ใส่แค่ไก่ แต่ซุปเปอร์สตาร์ของป้าใส่พี่เบิร์ดด้วยนะคะ

ผมรู้ว่าป้าแกต้องอำผมแน่ๆเลย ผมยกถ้วยดมๆดูได้กลิ่นเหมือนเนื้อไก่ และก็มีกลิ่นปลาร้าแทรกเข้ามาจางๆ

เปล่าหร่อกค่ะ ป้าหมายถึงเบิร์ดที่แปลว่านกอะค่ะ

ลืมบอกไปว่าป้าแฉล้มของผมเคยไปอยู่เมืองนอกกับคุณแม่ของผมตั้งสองเดือน เพราะคุณแม่ของผมทานอาหารฝรั่งไม่ค่อยได้ เลยต้องให้ป้าแฉล้มไปทำอาหารไทยให้กิน จนกระทั่งคุณแม่ของผมคุ้นเคยกับอาหารฝรั่ง

ไอ้กะผมเป็นคนที่ชอบเปิปพิศดารอยู่แล้ว จึงสนใจซุปเปอร์สตาร์ของป้าแฉล้มเป็นพิเศษ

ป้าไปยิงมันมาจากไหนเหรอครับ

ผมถามพรางตักซุปเปอร์สตาร์เข้าปาก รสชาติของมันก็คล้ายๆกับซุปไก่ธรรมดาๆทั่วไปแต่แปลกหน่อยก็ตรงมีกลิ่นของปลาร้าตุๆ และก็มีกลิ่นมินต์อยู่นิดหน่อย

อ๋อ..ป้าไม่ได้ไปหายิงมาจากไหนหร่อกคะป้าเห็นมันนอนตายที่อ่างล้างจานนี่ ป้าสงสารก็เลยเอามันมาทำซุปที่คุณต้อกำลังทานอยู่นั่นแหละค่ะ

ผมหยุดกึกสองวินาที หันควับไปทางป้าแฉล้ม แต่หล่อนทำเป็นสนใจซุบหน่อไม้ของหล่อนมากกว่า

แล้วทำไมไม่บอกผม !!! ถ้าเกิดมันตายเพราะไข้หวัดนกหละจะทำไงผมไม่ต้องตายไปด้วยเหรอ!!!

ผมตะโกนเสียงดัง

อู๊ยยไม่ต้องห่วงหร่อกค้าาาคุณขาป้าหมักมันด้วยวิคปาโวรัสอย่างดี มันคงจะหายจากไข้หวัดนกแล้วหละมั้งคะ

โอ้พระเจ้า !! เราก็นึกว่ากลิ่นมินต์ ที่ไหนได้ป้าแกหมักนกด้วยวิคปาโวรัส ผมแทบจะบ้าตายกับซุปเปอร์สตาร์ของป้าแก

สองชั่วโมงต่อมาเสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น

บอกว่าอย่าขอหมอลำบอกว่าอย่าขอหมอลำ.ไม่รู้หมอลำเขาลำแบบไหน

(เสียงริงโทนสุดโปรดของผม)

ผมหยิบมือถือขึ้นมา ดูหน้าจอ ลอร่า ใช่แล้วยัยนางเอกไส้รั่วคนนั้นโทรมา

ฮัลหลู..

สวัสดีครับ

ต้อเหรอคะ

ครับ ผมต้อครับ

ต้อลอร่าขอโทษนะที่เมื่อวาน

เอ่อ ไม่เป็นไรครับๆ ว่าแต่ว่าคุณลอร่าหายดีแล้วเหรอครับ

ค่าค่อยยังชั่วแล้วหละค่ะแต่ยังมีอาการแสบๆตูดอยู่นิดนึงอะค่ะ

โอ้โหยายนี่กล้าเอ่ยเอื้อนคำว่า ตูด ต่อหน้าประชาชนคนหนุ่มอย่างผม ผมรีบตัดบทก่อนทีหล่อนจะอธิบายซอกซอนลึกลงไปกว่านั้น

ครับๆ ถ้าคุณลอร่าค่อยยังชั่วขึ้นแล้วก็ดีนะครับ.อื่มม.มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ

ผมก็ถามๆ ไปอย่างนั้นแหละ

ก็ไม่มีอะไรแล้วหละคะแต่ถ้าต้อว่างๆก็มาชวนลอร่าไปทานส้มตำอีกนะคะ

หึยอีเห็ดเผิ่ง !! ใครเคยชวนหล่อนไปทานส้มตำย่ะหล่อนนั่นแหละมาลากฉันไปวันนั้น ผมคิดในใจ

อะไรนะคะลอร่าได้ยินอะไรเผิ่งๆ

อ๋อปละเปล่าครับถ้าคุณลอร่าไม่มีอะไรแล้วก็สวัสดีนะครับ

คะ ๆ บ๊าย บาย คะ

โอ้ ! xอกได้ยินอีก (เมื่อ x แทนอักษรตัวเดิมในตอนที่ผ่านมา)

ผมว่าถ้าหล่อนไม่มีพรายกระซิบก็มีของดีอย่างแน่นอน

เอาเป็นว่าวันนั้นผมไม่ได้ทำอะไรมากมายนอกจากนั่งกินข้าวโพดคั่วหน้าจอทีวี คุยโทรศัพท์กับยัยลอร่า และก็กินซุปเปอร์สตาร์ของป้าแฉล้ม.


edit @ 2005/07/24 21:21:36
edit @ 2005/07/24 21:35:03